ก.ไอซีที เดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

Standard

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ร่วม การอบรมโครงการให้ความรู้ความเข้าใจ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” รุ่นที่ 2 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 8 กระทรวงไอซีที ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ การจัดอบรมฯครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสมรรถนะของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องในการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ โดยกระทรวงฯ ได้จัดการอบรมในหลักสูตรการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้พระราชบัญญัติฯ สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมสรรพากร สำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ ซึ่งได้แบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น และมีผู้ผ่านการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 95 คน

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการให้ความรู้ความเข้าใจ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” ครั้งที่ 2 ณ หอประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กรุงเทพฯ โดยกระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จัดอบรมฯ ครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้ประชาชนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าวเกิดการรับรู้มากขึ้น ซึ่งการอบรมดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สำหรับกลุ่มวิทยากรขององค์กร / หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน (ICT004) และหลักสูตรสำหรับผู้ให้บริการระบบอินเทอร์เน็ต / Admin (ICT006) เพื่อให้ทราบถึงวิธีการจัดเก็บระบบ log File โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมดังกล่าวจำนวนทั้งสิ้น 250 คน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 021416747 mict

กระทรวงไอซีทีจีนกังวล วงการมือถือจีนพึ่งพา Android มากเกินไป

Standard

China Academy of Telecommunication Research หน่วยงานวิจัยของกระทรวงไอซีทีจีน (MIIT) ออกรายงานวิจัยหนึ่งฉบับว่า อุตสาหกรรมมือถือในประเทศจีนพึ่งพาระบบปฏิบัติการ Android ของกูเกิลมากเกินไป ทั้งที่จีนมีศักยภาพพัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือของตัวเองได้

รายงานฉบับนี้ระบุว่ากูเกิลเปิดซอร์สโค้ดของ Android ก็จริง แต่ในทางปฏิบัติแล้วกูเกิลควบคุมเทคโนโลยีหลักและทิศทางของระบบไว้กับตัว แถมยังใช้กลยุทธ์ปล่อยโค้ดช้ากว่าที่ควร รวมถึงใช้ข้อตกลงทางธุรกิจบีบผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ไม่ให้ fork ไปทำ Android เองด้วย (หมายถึงกรณี Aliyun OS)

นักวิเคราะห์จากโลกตะวันตกประเมินว่ารายงานฉบับนี้เป็นสัญญาณกระตุ้นให้ บริษัทจีนอย่าง Huawei, Baidu, Alibaba เร่งทำระบบปฏิบัติการของตัวเอง และในอนาคตเราอาจเห็นมาตรการจากรัฐบาลจีนในการกีดกัน Android ก็เป็นได้

ไมโครซอฟท์กำลังแก้บั๊ก Other Storage และ Live Tiles, ยืนยัน Skype รวมใน People Hub แน่นอน

Standard

รวมข่าว Windows Phone จากทวิตเตอร์ของ Joe Belfiore (@joebelfiore) ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ที่ตอบคำถามผู้ใช้ครับ

  • บั๊ก Other Storage แสดงตัวเลขขนาดโฟลเดอร์ใหญ่เกินจริง จะถูกแก้ไขในอนาคต และเบื้องต้นขอให้ผู้ใช้ปิดการอัพโหลดภาพขึ้น Skydrive โดยอัตโนมัติไปก่อน – My Nokia Blog
  • บั๊ก Live Tiles ของ Windows Phone 7.8 ไม่ยอมอัพเดตตัวเอง กำลังแก้ไขอยู่ –WMPoweruser
  • Skype จะถูกรวมเข้ากับ People Hub อย่างแน่นอน แต่เขายังบอกไม่ได้ว่าจะมาเมื่อไร – WMPoweruser

คุกเว็บประชาไทหมิ่นเบื้องสูง ศาลปรานีให้รอลงอาญา 1 ปี

Standard

วันที่ 30 พ.ค. 2555 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1167/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร อายุ 44 ปี ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท เป็นจำเลยในความผิดฐาน กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และ 15

โดยคดีนี้ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 31 มี.ค.53 ระบุความผิดจำเลย สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย.-3 พ.ย.51 ต่อเนื่องกัน จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแล (Web master) เว็บไซต์ประชาไท ได้จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการโพสต์ข้อมูลที่มีเนื้อหาเป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร จำนวน 10 กระทู้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ในความควบคุมของจำเลย เหตุเกิดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงจอมพล เขตจตุจักร, แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และทั่วราชอาณาจักรไทย เกี่ยวพันกัน จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลยนำสืบแล้ว จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) และ 15 ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 30,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี

โพสต์รูปไม่คิดระวังต้องโทษติดคุกยาว

Standard

โพสต์รูปไม่คิดระวังต้องโทษติดคุกยาว

ระวัง อย่ามือไว ใจเร็ว โพสต์รูปใดๆ ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี อย่าลืมว่าโพสต์อะไรสุ่มสี่สุ่มห้าต่อสาธารณชนไม่ได้ เพราะตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ถือว่ามีความผิด มีบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างกรณีมือดีโพสต์รูปหวิวของเด็กนักเรียนคอซอง 7 คน ลงในเฟซบุ๊ก ด้วยรูปที่โพสต์นั้น กิริยาท่าทางและเสื้อผ้าอาภรณ์ก็เหลือน้อยนิด ทำให้รูปดังกล่าวถูกเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตไปอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตต่างกดไลค์ แชร์รูป รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง

โดยรูปดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรูปโป๊เปลือย และถูกเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต จึงเข้าข่ายทำความผิดตามมาตรา 14 (4) ผู้ใดกระทำความผิดโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และมาตรา 14 (5) ผู้ใดเผยแพร่และส่งต่อซึ่งข้อมูลลามก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่หากหมิ่นประมาทโดยโพสต์รูปเปลือยทำให้เจ้าตัวอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องรับโทษไปอีกกระทง ตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานหมิ่นประมาท มาตรา 326 และ 328 โดยต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

รู้อย่างนี้แล้ว อย่าเผลอมือไว ใจไว อัพโหลดรูปใดๆ ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ มิฉะนั้น อาจเสี่ยงถูกขังลืมเพียงปลายนิ้วคลิกเอาง่ายๆ ก็ได้

ทีดีอาร์ไอหนุนปัดฝุ่น กม.คอมพ์

Standard

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าภาครัฐมีความคิดที่จะแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 นั้น มองว่าร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่ ควรจำกัดเป็นกฎหมายคอมพิวเตอร์โดยแท้ ไม่มีเรื่องของการหมิ่นประมาท ความมั่นคง และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามาเกี่ยวข้อง

ด้าน น.ส.สาวิตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่ที่จัดทำขึ้นโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที นั้นมีประเด็นวิเคราะห์ และข้อเสนอแนะดังนี้ คือ 1.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2550 จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและอุดช่องว่าง แต่กระบวนการแก้ไขจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เปิดเผย โปร่งใส ไม่

งุบงิบ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วม 2.ทบทวน หลักการเหตุผลของการบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ ตอบโจทย์เรื่อง “อาชญากรรมคอมพิวเตอร์โดยแท้” หรือไม่ ความผิดเกี่ยวกับเนื้อหา 3.พิจารณาแก้ไขบทนิยาม คำศัพท์ต่างๆ ในฐานความผิดทั้งในกฎหมายแม่ และกฎหมายลูก ให้สอดคล้อง 4.ศึกษาฐานความผิดที่จะบัญญัติหรือแก้ไขจากกฎหมายทั้งระบบ บัญญัติให้สอดคล้องไม่ขัดแย้งกับกฎหมายที่มีอยู่ 5.พิจารณากำหนดฐานความผิดโดย คำนึงถึงพัฒนาการเทคโนโลยีสารสนเทศ 6.ทบทวนที่มาสัดส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ 7.สร้าง สมดุลระหว่างการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกับการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน

ไมโครซอฟท์ยอมถอย ย้าย Microsoft Office 2013 ได้ทุก 90 วัน

Standard

ข้อตกลงการใช้งานของ Office 2013 ที่ระบุให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งโปรแกรมลงบนเครื่องที่ซื้อมาได้เพียงครั้งเดียว ยกเว้นก็เพียงแต่กรณีเครื่องเสียในประกันลูกค้าจึงสามารถเปลี่ยนเครื่องได้ ทำให้ลูกค้าจำนวนมากบ่นกับสัญญาที่บีบจนเกินไปเช่นนี้ ในที่สุดไมโครซอฟท์ก็ออกมาแก้ข้อตกลงให้สามารถย้ายเครื่องได้ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง

สำหรับการเปลี่ยนเครื่องในกรณีเครื่องเสียยังสามารถติดต่อไมโครซอฟท์เพื่อให้ย้ายเครื่องได้โดยไม่ต้องรอรอบ 90 วันเช่นเดิม

นับว่าน่ายินดีกับผู้บริโภคที่ตั้งใจดีจะซื้อของแท้ทุกคนครับ

ที่มา – C|Net